7 กิจกรรมห้ามพลาดเมื่อไป เที่ยวเกาหลี ณ สกีรีสอร์ท

ด้วยสภาพอากาศเมืองไทยอันแสนร้อนอบอ้าวจึงทำให้นักท่องเที่ยวคนไทยจำนวนมากนิยมเดินทางไปสัมผัสกับความหนาว พบเจอกับหิมะในต่างประเทศบ่อย ๆ เกาหลีถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมมาก  โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่หิมะโปรยปรายให้ได้ทดสอบความหนาวกันอย่างเต็มที่ แต่การไปพบเจอหิมะทั้งทีจะไม่ทำกิจกรรมอะไรเลยคงดูไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ เอาเป็นว่าใครนิยมไป เที่ยวเกาหลี ในช่วงหน้าหนาวและมีโอกาสแวะไปยังสกีรีสอร์ทต้องไม่พลาดกับกิจกรรมเด็ด ๆ ที่จะขอแนะนำดังนี้

1. เล่นสโนว์บอร์ด

กิจกรรมยอดนิยมสำหรับคนที่ไปสกีรีสอร์ทในเกาหลี ด้วยพื้นฐานการทำกิจกรรมที่ไม่ได้มีอะไรอันตราย สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยกับสโนว์บอร์ดจึงทำให้กิจกรรมนี้จะมีคนต่อคิวเล่นกันเยอะสุด ๆ หลักของการเล่นก็ไม่มีอะไรมากแค่นำสกีบอร์ดที่ทางสกีรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้มายังบริเวณจุดที่กำหนดซึ่งจะเป็นลานเอียงลาดเทจากด้านบนลงไปด้านล่าง จากนั้นก็นั่งบนสกีบอร์ดแล้วค่อย ๆ ไถตัวลงไปตามเนินจนถึงปลายทาง ใครอยากเล่นหลาย ๆ รอบก็เดินขึ้นมาไถลลื่นลงไปใหม่สนุกอย่าบอกใครเชียว

2. ล่องแก่งบนหิมะ

ลองนึกภาพการเล่นล่องแก่งในแม่น้ำหรือทะเลแต่เปลี่ยนมาเป็นหิมะก็สร้างความสนุกได้อีกรูปแบบ วิธีเล่นคล้ายกันคือจะมีแพให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปนั่งจากนั้นคนขับสกีสโนว์จะทำการลากคุณไปเรื่อย ๆ คราวนี้ทั้งลมหนาว ทั้งหิมะจะปะทะเข้ามาใส่คุณเต็ม ๆ ยิ่งขับเร็วเท่าไหร่ก็เจอกับความมัน ความหวาดเสียวมากขึ้นเท่านั้น บอกเลยว่ากิจกรรมนี้สายลุยห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด อัตราความเร้าใจเอาไปเลยสิบเต็มสิบ

3. สโนว์ทูปบิ้ง (Snow Tubing)

ลักษณะการทำกิจกรรมจะคล้าย ๆ กับสโนว์บอร์ดแต่เปลี่ยนจากการใช้บอร์ดธรรมดามาเป็นการนั่งลงไปในห่วงยางแทน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้คุณลื่นไถลลงมาจากเนินหิมะสูงจนสุดเส้นทางด้านล่าง บอกเลยว่าสนุก ไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น จะเด็ก ผู้ใหญ่ วัยชรา สามารถเล่นได้ทุกคน ใครมา เที่ยวเกาหลี ที่สกีรีสอร์ทห้ามพลาดกับกิจกรรมสนุก ๆ แบบนี้เป็นอันขาด

4. พาราเซลลิ่ง

หากนึกถึงกิจกรรมนี้คนส่วนใหญ่มักคิดภาพต้องเป็นชายทะเลที่ลมแรง ๆ จากนั้นก็ขึ้นไปโต้ลมด้านบนมองเห็นวิวทะเลอันแสนงดงาม แต่ถ้าใครลองได้มา เที่ยวเกาหลี แล้วแวะไปทำกิจกรรมกับสกีรีสอร์ทบอกเลยว่าต้องไม่พลาดอีกเช่นกัน ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากท้องทะเลเป็นพื้นที่ถูกปกคุลมด้วยหิมะก็แปลกตาไปอีกแบบ วิธีง่าย ๆ แค่จัดการสวมร่มชูชีพกับตัวเอง จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ขับสโนว์โมบิลลากจนชูชีพเริ่มลอยขึ้นสู่ฟ้า นี่คือความรู้สึกแปลกใหม่ที่นักท่องเที่ยวต้องลองจริง ๆ ทั้งหนาว ตื่นเต้น หวาดเสียว แต่ได้ชมความงดงามของหิมะสุดสายตาก็ถือว่าคุ้มค่ากับการใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงแล้ว อย่างไรก็ตามหากวันไหนลมแรงจัด ๆ ก็อาจต้องเบรกไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

5. ทดลองขับสโนว์โมบิล

อีกกิจกรรมที่สายรักความเร็วต้องไม่พลาดกับการลองขับสโนว์โมบิล ซึ่งทางสกีรีสอร์ทจะทำเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เริ่มต้นย่อมมีการซ้อมการขับขี่ก่อนโดยเจ้าหน้าที่จะบอกวิธีขับพร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวได้ทดลอง เมื่อพอเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ แล้วคราวนี้ก็ลุยกันได้เลย หากใครขับคล่องบอกเลยนี่คืออีกมิติความเร็วที่คงสัมผัสได้ยากหากไม่ได้มา เที่ยวเกาหลี ณ สกีรีสอร์ท เป็นอีกความท้าทายในชีวิตที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสจริง ๆ

6. เล่นสกี

ในเมื่อมาถึงสกีรีสอร์ททั้งทีจะไม่ทำกิจกรรมการเล่นสกีคงเหมือนมาไม่ถึง อย่ากังวลใจว่าไม่เคยเล่นมาก่อนต้องทำอย่างไร มีอุปกรณ์อะไรบ้าง เพราะทางเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมเอาไว้ให้หมดทุกอย่าง พร้อมทั้งสอนวิธีเล่นอย่างถูกต้อง เมื่อพอเข้าใจก็จะให้ทดสอบการเล่นด้วยตนเองแบบสนุก ๆ รวมถึงบางแห่งยังมีลานสกีที่ทำเป็นเส้นทางเอาไว้ให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเร้าใจได้ลองใช้สกีไปตามเส้นทางดังกล่าวอีกด้วย ถือว่าเป็นความสนุกกับหิมะที่ควรพิสูจน์ด้วยตนเองเท่านั้นจึงจะเข้าใจ

7. ฮอตแอร์บอลลูน

ใครอยากชมวิวสวย ๆ แบบพาโนรามาด้านบนแต่ไม่ได้ต้องการความหวาดเสียวมากนัก ลองมาทำกิจกรรมขึ้นไปบนฮอตแอร์บอลลูนดูก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วกิจกรรมนี้มักทำกันช่วงเช้าที่ลมยังไม่แรงมากนัก โดยจะมีเวลากำหนดว่าขึ้นไปกี่นาที ระหว่างนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเก็บบรรยากาศความสวยงาม ถ่ายรูปได้อย่างเต็มที่ เป็นอีกกิจกรรมดี ๆ ที่ทำได้ทั้งครอบครัวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย

บอกเลยว่าใครที่มา เที่ยวเกาหลี ณ สกีรีสอร์ทแล้วต้องไม่พลาดกับทั้ง 7 กิจกรรมที่บอกเอาไว้โดยเด็ดขาด มาแต่ละครั้งอาจทำกิจกรรมไม่ได้ครบครันก็ให้ลองมาบ่อย ๆ การันตีว่าต้องชอบและประทับใจไม่รู้จักเบื่อพร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิตอีกด้วย

สนับสนุนบทความโดย : unithaitravel.com

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

ประวัติความเป็นมา

สถานที่อันเป็นธรรมภูมิที่งดงาม ซึ่งเรียกว่าผาซ่อนแก้วนี้ มีธรรมชาติเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตาม ๆ กันว่า “ผาซ่อนแก้ว” และพุทธสถานที่มาตั้งในจุดที่โอบล้อมด้วยทิวเขาดังกล่าว จึงเรียกว่า “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” เพื่อเป็นนิมิตมงคลแก่ชาวบ้านทางแดง และผู้มาปฏิบัติธรรมสืบไป

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ในนาม “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” ได้รับการอนุมัติจัดตั้งเป็นวัด ในมงคลนามว่า “วัดพระธาตุผาแก้ว” เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ จากคณะกรรมการมหาเถรสมาคม โดยมีพระครูปลัด ปารมี สุรยุทโธ เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” เมื่อ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เพื่อให้สอดคล้องกับบริเวณที่ตั้ง ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ผาซ่อนแก้ว”

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วตั้งอยู่ในชัยภูมิธรรม ณ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดย คุณภาวิณี และ คุณอุไร โชติกูล ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวายเริ่มแรกจำนวน ๒๕ ไร่ เพื่อก่อสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันมีผู้ร่วมถวายปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มรวมทั้งสิ้นมีที่ดินรวม ๙๑ ไร่

ประวัติความเป็นมา วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

ที่ตั้ง

146 ถนนตีทอง แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ

อาณาเขต

  • ทิศเหนือ จรด ถนนบำรุงเมือง
  • ทิศใต้ จรด ตึกแถวพระคลังข้างที่
  • ทิศตะวันออก จรด ถนนอุณากรรณ
  • ทิศตะวันตก จรด ถนนตีทอง

ประวัติ

ในต้นยุคกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างวัดขึ้นในพื้นที่พระนครชั้นใน ในปี พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โดยมีพื้นที่ตั้งอยู่ในดงสะแก เป็นที่ลุ่มจึงโปรดเกล้าฯ ให้ถมที่และสร้างเป็นวัด และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต, วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทานนามว่า “วัดสุทัศน์เทพวราราม” ปรากฏในจดหมายเหตุว่า “วัดสุทัศน์เทพธาราม” และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให้คล้องกันว่า “พระศรีศากยมุนี”, “พระพุทธตรีโลกเชษฐ์” และ “พระพุทธเสรฏฐมุนี”

ภายในวัดสุทัศน์เทพวรารามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และได้อัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. 2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรในวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี

5 เคล็ดลับจัดกระเป๋าที่ไม่ควรพลาด!

1. ม้วนเสื้อกันยับ แถมยังประหยัดเนื้อที่

การม้วนเสื้อก่อนยัดใส่กระเป๋าเดินทาง เป็นตัวช่วยให้คุณสามารถประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าได้มากๆเลยทีเดียว และคุณยังสามารถป้องกันเสื้อตัวโปรดของคุณไม่ให้ยับได้อีกด้วย

2. กันคอเสื้อเสียทรง ด้วยเข็มขัด

ป้องกันคอเสื้อเสือทรงด้วยการม้วนเข็มขัดแล้วใส่ไว้ที่คอเสื้อ แถมประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าสำหรับเข็มขัดอีกต่างหาก

3. ใส่ของชิ้นเล็กๆไว้ในรองเท้า

การใส่ของชิ้นเล็กๆไว้ในรองเท้า จะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บของลงกระเป๋าได้มากเลยทีเดียว อีกทั้งยังหมดห่วงเรื่องหาของไม่เจออีกด้วยนะ

4. ใช้แกนกระดาษทิชชู่เก็บสายไฟ

หมดปัญหาสายไฟรกรุงรังแถมยังประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าด้วยการใส่มันลงในแกนกระดาษทิชชู่

5. ป้องกันขวดแก้วด้วยถุงเท้า

ปกป้องขวดน้ำหอมราคาแพง หรือขวดแก้วต่างๆ ได้ด้วยการใส่มันลงไปในถุงเท้า

จัดกระเป๋าไปเที่ยวญี่ปุ่นยังไง ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

1. พาสปอร์ต

พาสปอร์ตคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเดินทาง ที่ญี่ปุ่นนั้นเราไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า จึงเดินทางได้ง่าย สะดวกสำหรับคนไทย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนไทยจึงนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งหากใครที่วางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น สามารถอยู่เที่ยวได้นานสุดโดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า ถึง 15 วัน

2. เงินเยน

ที่ญี่ปุ่นใช้เงินเยนเป็นหลัก แนะนำว่าหากวางแผนจะไปเที่ยวแล้ว ควรแลกเงินเยนก่อนที่จะเดินทางเลย เพื่อจะได้ไม่ยุ่งยาก และสะดวกรวดเร็ว และควรดูช่วงด้วยว่า ช่วงไหนที่ค่าเงินกำลังตก ให้ไปแลกเผื่อไว้เลยจะดีมาก

3. ซิมโทรศัพท์มือถือ หรือพ็อกเก็ต Wifi

ปัจจุบันนี้อินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ยิ่งการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กูเกิ้ลแมพถือเป็นสิ่งที่ขาดแทบไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ซิมโทรศัพท์มือถือ หรือพ็อกเก็ต Wifi จึงเป็นสิ่งที่ควรพกติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวก และง่ายต่อการใช้งาน

4. ปลั๊กแปลงไฟ

ที่ญี่ปุ่นนั้นใช้เต้าเสียบปลั๊กต่างจากที่ไทย ดังนั้นแนะนำว่า ควรไปหาซื้อไว้มาติดกระเป๋า เพื่อความอุ่นใจและสะดวก หากไปพักที่โรงแรมหรือที่พัก ที่ไม่มีเต้าเสียบแบบปกติ เจ้าปลั๊กแปลงตัวนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆของคุณได้เป็นอย่างมาก

5. ยาประจำตัว

การพกยาประจำตัวในการเดินทางถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการป่วยระหว่างเที่ยวนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อเวลาเราเดินทางไปต่างเมือง ถึงแม้ว่าเราจะสามารถหาซื้อยาได้สะดวก แต่เรื่องของภาษาก็อาจเป็นปัจจัยรองที่ทำให้เป็นอุปสรรคในการซื้อได้เช่นกัน ดังนั้นการเตรียมยาให้พร้อมไว้ก่อน ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไร